การติดตั้งอุปกรณ์ในตู้เก็บอุปกรณ์

ตู้สำหรับเก็บอุปกรณ์นั้นมีชื่อเรียกในทางเทคนิคว่า Equipment Rack ซึ่งโดยทั่วไปมีขนาดกว้าง 19 นิ้ว หรือ ประมาณ 43 เซนติเมตร ส่วนลึกนั้นมีหลากหลายขนาดตั้งแต่ 60 เซนติเมตร – 1 เมตร หลักในการเลือกก็คือ เลือกความสูงให้พอเหมาะกับจำนวนความสูงของอุปกรณ์ ซึ่งความสูงนั้นจะบอกเป็น U ซึ่ง 1 U จะมีความสูงประมาณ 4.5 เซนติเมตร และความลึกนั้น ควรจะมากกว่าขนาดความลึกของอุปกรณ์อย่างน้อย 15 เซนติเมตร เพื่อที่จะสามารถปิดฝาด้านหลังได้ โดยไม่กระทบกับสายสัญญาณต่างๆที่ต่ออยู่กับตัวอุปกรณ์

การติดตั้งอุปกรณ์ในตู้เก็บอุปกรณ์

และหากเป็นไปได้ควรเลือกฝา และ ตู้แบบโปร่ง เพราะจะสามารถระบายอากาศได้ดี รวมถึงควรมีพัดลมระบายอากาศ ในทางปฏิบัติแล้ว การติดตั้งอุปกรณ์ที่มีน้ำหนักมากๆ เราจะต้องมีการใช้ถาดเลื่อน หรือว่า รางเลื่อน เพราะว่า ลำพัง หูจับเพื่อยึดติดกับตู้นั้นอาจจะไม่เพียงพอที่จะรับน้ำหนัก จึงต้องใช้ถาดเลื่อนหรือรางเลื่อน ซึ่งนอกจากจะช่วยรับน้ำหนักแล้วยังช่วยให้เราสามารถ เลื่อนอุปกรณ์เข้าออก เพื่อทำการตรวจซ่อมได้โดยง่าย

การติดตั้งอุปกรณ์ในตู้เก็บอุปกรณ์

ตำแหน่งการวางตู้เก็บอุปกรณ์

-จัดวางในห้องที่มีอุณหภูมิ และความชื้นต่ำ ปราศจากฝุ่นละออง เพื่อป้องกันปัญหาต่างๆทั้งเรื่องของอุปกรณ์เสื่อมสภาพก่อนกำหนด และปัญหาน้ำหยดใส่อุปกรณ์

-ไม่ควรวางไว้ใต้เครื่องปรับอากาศเพราะจะเสี่ยงต่อการมีน้ำหยดใส่

-ควรมีระยะห่างจากผนังอย่างน้อย 80 เซนติเมตร เพื่อง่ายในการขนย้ายอุปกรณ์เข้าออก และจะช่วยในการระบายความร้อนได้ดีอีกด้วย ระยะที่พอเหมาะหากมีพื้นที่ก็คือประมาณ 150 เซนติเมตร

หลักการจัดวางอุปกรณ์ในตู้

ควรวางอุปกรณ์ที่มีน้ำหนักมากที่สุดไว้ล่างสุด อุปกรณ์ควรมีระยะห่างกันอย่างน้อย 1 U และควรมีการทำเครื่องหมายที่สายัญญาณต่างๆ เช่น สายสัญญาณ วีดีโอ สาย LAN , สาย SCSI , สาย Fiber เป็นต้น เพื่อง่ายในการตรวจซ่อม

ในการติดตั้งเครื่องเซิร์ฟเวอร์ในตู้เก็บอุปกรณ์นั้น เรามักต้องประหยัดเนื้อที่เพื่อให้ตู้เก็บอุปกรณ์ของเรานั้นสามารถที่จะใส่อุปกรณ์ให้ได้มากที่สุด วิธีการที่นิยมใช้กันก็คือ ไม่ติดตั้งจอรับภาพ , ไม่ติดตั้งเมาส์และคีย์บอร์ด ซึ่งหากเราทำเช่นนี้ก็จะเป็นการประหยัดพื้นที่จริงอยู่ แต่หากมองในแง่ของกรณีที่ต้องการจะทำการตั้งค่า หรือตรวจซ่อมต่างๆนั้น คงจะไม่สะดวก เพราะคงต้องหาคีย์บอร์ด เมาส์ จอรับภาพ เพื่อใช้งาน จึงได้คิดค้นวิธีการที่จะทำให้คีย์บอร์ด เมาส์ จอรับภาพ เพียงชุดเดียวแต่สามารถใช้ได้กับคอมพิวเตอร์ หรือ เซิร์ฟเวอร์หลายๆเครื่องได้ วิธีการนี้ก็คือการใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า KVM Switch ,KVM = Keyboard – Video – Mouse ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่จะทำให้เราสามารถใช้ คีย์บอร์ด เมาส์ จอรับภาพ เพียงชุดเดียว แต่ใช้ได้กับหลายเครื่อง นอกจาก KVM แล้ว ยังสามารถใช้โปรแกรมประเภทช่วยเหลือระยะไกล หรือ Remote Assistant เพื่อใช้ดูหน้าจอเครื่องอื่นๆที่อยู่ในเครือข่ายได้ โปรแกรมประเภทนี้ก็มีหลายตัวเช่น Remote Desktop , VNC , PC Anywhere , Team Viewer เป็นต้น

สำหรับ Remote Desktop และ VNC นั้นเป็นโปรแกรมที่ไม่มีค่าลิขสิทธิ์ จึงสามารถใช้งานได้ โดยไม่เสียเงิน แต่ความสะดวกก็คงจะเทียบ KVM ไม่ได้ เพราะจะต้องมาเรียกหมายเลขปลายทาง และต้องใส่รหัสผ่าน และที่สำคัญการกระทำต่างๆนั้นจะต้องรอสักนิดหนึ่งเพราะว่ามีการหน่วงเกิดขึ้น